Connect with us

Uncategorized

นักบินมาเลย์ยิ้มสู้ ตกงานผันตัวขายอาหาร

ณ ศูนย์อาหารแบบแผงลอยแห่งหนึ่งที่ชานเมืองของกรุงกัวลาลัมเปอร์ พ่อค้ารายหนึ่งที่กำลังทำอาหารและให้บริการลูกค้าดูโดดเด่นจากคนอื่นๆ ด้วยชุดเครื่องแบบกัปตันเครื่องบิน เขาสวมใส่ชุดนี้เป็นประจำมาตลอด 20 ปี แตกต่างก็เพียงผ้ากันเปื้อนสีแดงที่เพิ่มเข้ามาแอซริน โมฮัมหมัด ซาวาวี (Azrin Mohamad Zawawi) อดีตกัปตันวัย 44 ปี ผู้เป็นคุณพ่อของเด็กในวัยเรียน 4 คน ยิ้มรับและปรับตัวอย่างรวดเร็วหลังต้องตกงานในฐานะนักบินของสายการบินมาลินโดของมาเลเซีย แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจอันเกิดจากโควิด-19“เราได้ยินข่าวว่าการระบาดจะยังไม่สิ้นสุดในเร็วๆ นี้ ซึ่งหมายความว่าอุตสาหกรรมการบินก็ไม่อาจฟื้นตัวในเร็ววันนี้เช่นกัน ดังนั้นผมต้องหันไปทำอะไรใหม่ๆ เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายของครอบครัว” เขากล่าวกับสำนักข่าวซินหัวงานของแอซรินเริ่มต้นตั้งแต่เช้าตรู่ เขาตื่นมาเตรียมอาหารตอนเช้าและขายอาหารจนถึงค่ำ ทำยอดขายได้ 350-500 จานต่อวัน ช่วยผ่อนภาระทางการเงินและค่าครองชีพได้



แอซรินเริ่มต้นธุรกิจในเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นเดือนเดียวกับที่เขาถูกปลดออกจากงานอย่างเป็นทางการเพื่อลดค่าใช้จ่าย โดยเขาได้เล็งเห็นปัญหาที่อุตสาหกรรมการบินกำลังเผชิญเพราะโรคโควิด-19หลังจากปรึกษาเพื่อนและครอบครัว แอซรินก็ตัดสินใจทำอาหารมาเลย์ภาคเหนือออกมาขาย ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยบะหมี่น้ำแบบต่างๆ และ “โรจัก” (rojak) สลัดผักและผลไม้แบบดั้งเดิม

เนื่องจากแม่ยายของเขาเชี่ยวชาญเมนูเหล่านั้น และเขายังได้รับความช่วยเหลือจากครอบครัวในการดำเนินธุรกิจขนาดเล็กนี้ด้วยแอซรินหันมาสร้างจุดเด่นให้ธุรกิจของตนด้วยการสวมเครื่องแบบกัปตันเครื่องบินขณะขายอาหาร ซึ่งเขากล่าวว่าชุดนั้นทำให้เขาตระหนักถึงความรับผิดชอบ“ก่อนหน้านี้ เรามีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของลูกเรือและผู้โดยสารในห้องโดยสารของเรา แต่ในอุตสาหกรรมอาหาร ผมต้องดูแลให้ลูกค้าได้ลิ้มลองอาหารอร่อย นั่นถือเป็นความรับผิดชอบเหมือนกัน เมื่อผมใส่เครื่องแบบ ผมก็รู้ว่าตัวเองมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ”

รูปถ่ายของเขาที่เสิร์ฟอาหารในชุดกัปตันกลายเป็นไวรัลบนโซเชียลมีเดีย หลายคนยกย่องที่เขารู้จักปรับตัว และบางคนถึงกับเดินทางไปเยือนร้านของเขา “หลังจากออกสื่อก็มีคนมาที่ร้านมากขึ้น เรากำลังวางแผนจะขยายธุรกิจ” เขากล่าวแอซรินยอมรับว่าคิดถึงวันเวลาที่ได้บินบนท้องฟ้า ซึ่งเขาสามารถเดินทางไปประเทศต่างๆ โดยเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน และหวังว่าตนจะได้กลับขึ้นไปบินอีกครั้งหลังการระบาดสงบลงเขายังบอกว่าเคยขับเครื่องบินเช่าเหมาลำไปประเทศจีน

และชื่นชอบอาหารจีนมาก แต่ตอนนี้ แอซรินกำลังมุ่งความสนใจไปที่ธุรกิจอาหารขนาดเล็กของเขา“อย่าอายและคิดในแง่บวกเข้าไว้ สำหรับผม ผมมักจะมองไปข้างหน้า เหมือนเครื่องบิน เพราะกับเครื่องบินคุณจะไม่สามารถถอยหลังได้ คุณต้องบินไปข้างหน้า เช่นเดียวกับเวลาทำธุรกิจ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ยากลำบาก คุณจะมองย้อนกลับไปไม่ได้” เขากล่าวเสริมพร้อมให้กำลังใจคนอื่นๆ “คุณยังมีความหวัง อย่างน้อยก็ยังมีหลายสิ่งหลายอย่าง ยังมีโอกาสอีกมากมายรอเราอยู่” เขาทิ้งท้าย

Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *