Connect with us

Uncategorized

ลาวเริ่มแล้ว ฉีดวัคซีน

เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. ที่ผ่านมา รศ.ดร.บูนกอง สีหาวง รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข สปป.ลาว ในฐานะรองประธานคณะเฉพาะกิจป้องกัน ควบคุม และแก้ไขการระบาดของ CV-19 แถลงข่าวว่า สาธารณรัฐประชาชนจีนได้ส่งวัคซีนป้องกันเชื้อ CV-19 ซึ่งพัฒนาโดย China National Pharmaceutical Group หรือ Sinopharm มาให้ลาวแล้ว จำนวน 2,000 ชุด กระทรวงสาธารณสุขได้ทดลองฉีดรอบแรกให้แก่อาสาสมัคร และบุคลากรทางการแพทย์จำนวนหนึ่งที่ต้องทำงานใกล้ชิดกับผู้ติด CV-19 ไปแล้ว

รศ.ดร.บูนกอง บอกว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีผู้ใดได้รับผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนชุดนี้ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข สปป.ลาว กล่าวด้วยว่า ปัจจุบัน มีประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่คิดค้นวัคซีนป้องกัน CV-19 ออกมาแล้ว 209 ชนิด แต่ยังไม่มีวัคซีนใดที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้การรับรอง เพราะยังต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม WHO ได้มีบัญชีวัคซีน 10 ชนิด ที่สามารถใช้ได้ในกรณีฉุกเฉิน (Emergency Use List) เพราะพิสูจน์เบื้องต้นแล้วว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกัน CV-19 ได้ 95% และไม่มีผลข้างเคียง จึงสามารถนำมาฉีดให้แก่กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงได้

วัคซีนของ Sinopharm ที่เพิ่งจัดส่งให้แก่ลาว ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลจีนให้ใช้ในกรณีฉุกเฉินได้ตั้งแต่เมื่อเดือนกรกฎาคม มีผู้ได้รับการฉีดวัคซีนของ Sinopharm ไปแล้วเกือบ 1 ล้านคนทั่วโลก โดยยังไม่มีรายงานว่าปรากฏผลข้างเคียงใดๆ เกิดขึ้น

รศ.ดร.บูนกอง เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม กระทรวงสาธารณสุขลาวพยายามติดต่อองค์กรต่างๆ ทั่วโลกเพื่อจัดหาวัคซีนป้องกัน CV-19 มาฉีดให้แก่ประชาชน จนถึงปัจจุบัน มี 3 หน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือแก่ลาวแล้ว ประกอบด้วย

1.Sinopharm จากจีน

2.สถาบันวิจัย Gamaleya กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ซึ่งพัฒนาวัคซีนที่มีชื่อว่า Sputnik V

3.โครงการ COVAX(COVID-19 Vaccine Global Access Facility) ซึ่งเป็นความร่วมมือของ WHO องค์กร GAVI (Gavi, the Vaccine Alliance) และกลุ่มพันธมิตรความร่วมมือด้านนวัตกรรมเพื่อรับมือโรคระบาด (Coalition for Epidemic Preparedness Innovations : CEPI)

รศ.ดร.บูนกอง บอกว่า วันที่ 2 มกราคม 2564 หรือวันมะรืนนี้ วัคซีน Sputnik V จำนวน 500 โดส จะถูกส่งจากสถาบัน Gamaleya ที่รัสเซีย มาถึงลาว

นอกจากนี้ ลาวยังได้ร้บคำตอบจากโครงการ COVAX แล้วว่าเป็น 1 ใน 92 ประเทศที่จะได้รับวัคซีนจากโครงการนี้ในปี 2564 ในปริมาณ 20% ของจำนวนประชากร หรือประมาณ 1.4 ล้านคน คาดว่าจะเริ่มฉีดวัคซีนที่ได้รับจาก COVAX ได้ประมาณเดือนเมษายนปีหน้า

ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขลาว กำลังวางแผนอยู่ว่าจะฉีดวัคซีนที่ได้รับความช่วยเหลือเหล่านี้ให้แก่ผู้ใด โดยจะประเมินจากความเสี่ยงของแต่กลุ่มอาชีพเป็นหลัก

รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่า รัฐบาลลาวเห็นความสำคัญของปัญหา CV-19 จึงได้เตรียมจัดสรรงบประมาณไว้แล้วจำนวนหนึ่งสำหรับจัดหาวัคซีนมาฉีดให้กับประชาชนได้อย่างทั่วถึง

โดยกระทรวงสาธารณสุข ธนาคารโลก WHO และองค์กร UNICEF ได้ร่วมกันประเมินตัวเลขแล้ว พบว่า ต้องใช้เงินประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ หรือเฉลี่ยคนละ 17.74 ดอลลาร์ หากต้องฉีดวัคซีนให้ประชากรลาวทุกคน.

Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *