Connect with us

ข่าว

สาวท้องโตดีใจ รีบมาหาหมอ คิดว่าได้ลูกแฝด ก่อนให้หมอเอ็กซเรย์ดูอีกที

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวสุดช็อก สำหรับเรื่องราวขิงหญิงสาววัย 28 ปี ที่ท้องโตใหญ่ยักษ์ เหมือนคนท้องแฝด 9 เดือน หนักเท่าเด็กทารก 7 คนรวมกัน ตอนแรกคิดว่าท้องแต่ไม่ใช่ จนสุดท้ายต้องไปหาหมอ

ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน เคียลี เฟเวลล์ หญิงสาวชาวเวลส์ วัย 24 ปี จากเมืองสวอนซี เริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบนร่างกายตัวเอง จากรูปร่างที่เคยสมส่วนตามปกติ ก็เริ่มมีความอวบ และน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ตอนแรกเคียลีไม่ได้คิดมากอะไรกับเรื่องนี้ เพราะว่าเธอกินเยอะ เลยคิดว่าก็แค่น้ำหนักขึ้นตามธรรมดา จนกระทั่งเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ เธอก็สังเกตได้ว่ามันไม่ปกติแล้ว เพราะสิ่งที่มันบวมขยายขึ้น มีแค่ตรงท้องอย่างเดียว ตรงอื่นยังคงมีขนาดเท่าเดิม เคียลีสงสัยว่าตัวเองอาจจะกำลังตั้งท้อง เลยจัดการซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจ ซึ่งก็ไม่ได้ท้อง 

เรื่องราวความเจ็บปวดสุดเครียดปนฮาของเคียลี ถูกหยิบยกมารายงานโดยเว็บไซต์มิเรอร์ เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 โดยร่างกายของเคียลีเริ่มมีอาการเปลี่ยนแปลงให้เห็น ตั้งแต่ปี 2557 หรือเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ตอนนั้นเคียลีเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย และก็กินโน่นนี่ตามใจชอบ การที่น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกแปลกใจแต่อย่างใด เธอใช้ชีวิตของตัวเองไปตามปกติเหมือนคนทั่วไป และก็ไม่ได้มีอาการเจ็บป่วยอะไรที่น่ากังวล จนกระทั่งในปี 2559 ความกังวลแรก ๆ ก็มาถึง 

เคียลี และ เจมี่ กิบส์ แฟนหนุ่มที่คบหาดูใจกันมา 10 ปี นั่งจับเข่าคุยปรึกษากันอย่างจริงจัง หลังจากสังเกตได้ว่าหน้าท้องของเคียลีขยายใหญ่ขึ้น ซึ่งมันใหญ่แค่จุดเดียว ส่วนอื่นปกติ ดังนั้นมันน่าจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากกำลังจะมีเบบี๋ ทั้งสองจัดการไปหาซื้อเครื่องตรวจครรภ์มาตรวจดูให้แน่ใจ แต่ตรวจไปแล้วหลายอัน ก็ไม่มีอันไหนระบุว่าท้อง 

เคียลียักไหล่ชิล ๆ ปล่อยเรื่องนี้ผ่านไป และก้มหน้ายอมรับอย่างอาย ๆ ว่าตัวเองแค่อ้วน ในพุงน้อย ๆ นี้อาจจะเป็นลมในกระเพาะ อาหารเก่าที่ยังไม่ได้ขับถ่าย และไขมัน แต่ที่แน่ ๆ ก็คือ ไม่ใช่เด็กทารกแน่นอน หลังจากนั้นเคียลีก็เริ่มควบคุมอาหาร กินแต่ของที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ผลที่ได้ก็คือ รูปร่างของเธอฟิตเฟิร์มขึ้น แต่พุงกลับยังใหญ่อยู่เช่นเดิม

เธอบอกว่า “ฉันก็ยอมรับนะว่าตัวเองก็อวบ ๆ แบบนี้มา 2-3 ปีละ แต่พุงเนี่ยมันโตขึ้นเรื่อย ๆ และมันทำให้ฉันเซ็งมาก คือฉันก็ออกกำลังกาย กินคลีน กินของที่ดีต่อสุขภาพ แต่พุงก็ยังคงอยู่ แถมยังเริ่มโตขึ้นเรื่อย ๆ อีกด้วย เอาจริง ๆ นะ ฉันงงไปหมดว่ามันเกิดอะไรขึ้น” เคียลี กล่าวถึงปัญหาหน้าท้องของเธอ 

พุงที่ขยายใหญ่ของเคียลีได้สร้างปัญหาให้กับเธอเป็นอย่างมาก การเดินขึ้น-ลงบันไดก็ลำบาก เสื้อผ้าตัวเดิม ๆ ก็ใส่ไม่ได้ ต้องหาซื้อใหม่เกือบหมด และสิ่งที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ คนอื่นคิดว่าเธอกำลังตั้งท้อง เวลาไปไหนมาไหนแล้วเจอคนรู้จัก ทุกคนจะเข้ามาแสดงความยินดีกันอย่างตื่นเต้น ถามว่ากี่เดือนแล้ว น้องเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย และกำหนดคลอดตอนไหน เคียลีก็ไม่รู้จะตอบว่ายังไง ได้แต่เออออห่อหมกไปแบบเนียน ๆ เล่นตามน้ำไปสวย ๆ ว่าตัวเองกำลังจะเป็นคุณแม่ในเร็ว ๆ นี้แล้ว ทั้งที่ความจริงมันไม่ใช่เลย และในที่สุด ท้องของเธอก็ขยายใหญ่ขึ้นแบบสุด ๆ ราวกับว่ากำลังตั้งท้องแฝดหลายคน 

เธอบอกอีกว่า “ฉันจำได้เลย ตอนเดือนธันวาคม 2560 ฉันออกไปหาซื้อเสื้อผ้า สภาพของฉันแปลกประหลาดมาก ตัวผอมปกตินะ แข้งขาเหมือนเดิม แต่พุงใหญ่มากมาย และไม่มีอะไรที่ฉันใส่ได้เลยนอกจากชุดคลุมท้อง ชาวบ้านต่างก็คิดว่าฉันกำลังท้องแก่ 9 เดือน เวลาไปไหนมาไหน ทุกคนก็จะเห็นฉันกุมท้องโต ๆ นี้ และเดินอย่างลำบาก 

ฉันโดนถามมาหลายครั้งว่าคลอดวันไหน เตรียมตัวอะไรบ้างหรือยัง มันทำให้ฉันอายมาก จะอธิบายให้พวกเขาเข้าใจมันก็คงยาก และยิ่งอายกว่าเดิม จะบอกไปตรง ๆ ว่า อ๋อเปล่าค่ะพี่ หนูแค่อ้วน ก็คงดูแย่ ฉันเลยเนียน ๆ ตามน้ำไปว่าใกล้คลอดแล้ว จะได้ตัดปัญหาไป”

แม้ว่าพุงจะใหญ่โตมโหฬารขนาดนั้น แต่เคียลีก็ยังใช้ชีวิตแบบชิล ๆ ยังไม่คิดไปพบหมอ จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอเกิดเป็นลมหมดสติขณะกำลังทำงาน และตัดสินใจไปหาหมอในวันนั้น เคียลีเล่าให้หมอฟังว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เธอทำงานหนักมาก และแทบไม่ได้พักเลย หมอก็ชี้ว่าอาจจะเป็นเพราะความเครียด 

หรือไม่ก็ผลข้างเคียงจากยารักษาสิวที่เธอใช้ แต่เคียลีมั่นใจว่ามันคงไม่ได้เป็นเพราะยา เพราะเธอไม่ได้กินยาตัวนี้มาประมาณ 6 เดือนแล้ว เธอได้ชี้ไปที่ท้องของตัวเองแล้วบอกหมอว่า “มันอาจจะเป็นเพราะเจ้านี่ก็ได้นะคะ” เมื่อหมอเห็นแบบนั้น เขาก็มั่นใจมากว่าเธอท้องชัวร์ ๆ 

หมอได้จัดการตรวจเลือดเคียลี ซึ่งผลออกมาว่าไม่ได้ท้อง แต่หมอก็ยังไม่เชื่อผลตรวจนี้ คิดว่ามันคงมีอะไรผิดพลาด เขาให้เคียลีเจาะเลือดสำหรับตรวจอีกครั้ง และให้เธอกลับบ้านไป ในเดือนมกราคม 2561 เคียลีเดินทางกลับไปพบหมอคนเดิม ซึ่งผลตรวจเลือดก็เหมือนครั้งแรก นั่นคือไม่ได้ท้อง หมออึ้งมากและไม่เชื่อผลตรวจอีก เพราะเธอน่าจะกำลังท้องแก่มากแล้ว ผลเลือดอาจผิดอีกครั้ง เขาจึงส่งเธอไปตรวจอัลตราซาวด์ดูให้แน่ใจ 

เจมี่ก็ไปหาหมอเป็นเพื่อนเคียลีด้วย ตอนที่หมอคลึงที่ตรวจอัลตราซาวด์รอบ ๆ ท้องของเธอ เขาก็ยืนจับมือให้กำลังใจแฟนสาว เคียลีมองดูหน้าจอและเห็นทุกอย่างเป็นสีดำไปหมด ไม่รู้ว่ามันเป็นอะไรยังไง เธอเลยหันไปมองหน้านักรังสีวิทยา พบว่าสีหน้าของนักรังสีวิทยาเริ่มซีดลงเรื่อย ๆ และตาโตด้วยความตกใจ หันไปดูจอให้แน่ใจอีกครั้ง และบอกเคียลีว่าต้องส่งตัวเธอไปตรวจอีกทีให้แน่ใจ 

เคียลีรู้สึกใจคอไม่ดีตั้งแต่ตอนเห็นสีหน้าของเขา และพอได้ยินว่าต้องปรึกษาหมอเพิ่มเติมแถมจะต้องส่งตัวไปตรวจเพิ่ม เธอก็เริ่มสติแตก เธอรู้สึกกลัวไปหมดเพราะไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เจมี่ก็คอยปลอบให้ใจเย็น ๆ บอกว่ามันคงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรมากมาย หลังจากนั้นเคียลีก็ถูกส่งตัวไปเข้าเครื่องซีทีสแกนแบบฉุกเฉิน หมอพบว่ามันไม่ใช่ไขมันอย่างที่เคียลีคิดมาโดยตลอด 

สิ่งที่อยู่ในท้องของเธอคือก้อนซีสต์ขนาดใหญ่ ที่เต็มไปด้วยของเหลว หนาราว ๆ 25 เซนติเมตร หมอได้จัดการส่งตัวเธอไปยังแผนกสูตินรีเวช ระบุเป็นเคสฉุกเฉินที่มีความเสี่ยงสูง และเธอก็ได้พบหมออีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ ตอนนั้นเธอแทบจะไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้เลย เพราะเดินก็ลำบาก และหายใจลำบากอีกด้วย 

เคียลี เล่าถึงความรู้สึกก่อนผ่าตัดว่า “ฉันยังจำสีหน้าหวาดหวั่นของนักรังสีวิทยาตอนที่ทำอัลตราซาวด์ฉันได้เป็นอย่างดี เขาดูช็อกมาก ๆ จากนั้นหมอก็บอกฉันว่า ฉันมีก้อนขนาดใหญ่มาก ๆ ในมดลูก และทางแก้ไขมีอย่างเดียวคือต้องผ่าตัดเท่านั้น เขาบอกว่าเขาไม่แน่ใจว่ามันคืออะไรกันแน่ มีขนาดใหญ่แค่ไหน และเตือนฉันว่า มันอาจมีมากกว่าก้อนเดียว แล้วอาจจะติดอยู่กับอวัยวะอื่นอีกด้วย ฉันเลยตกลงผ่าตัด ความรู้สึกตอนนั้นมันเป็นอะไรที่เหมือนชีวิตฉันแขวนอยู่บนเส้นด้าย และไม่มีใครรู้ว่าในท้องของฉันมันคืออะไร จนกว่าเขาจะกรีดเปิดมันออกดู” 

เคียลีกลับบ้านไปรอการผ่าตัดประมาณ 4 สัปดาห์ ซึ่งในระหว่างนั้น ท้องของเธอก็ขยายใหญ่ขึ้นอีก 5 นิ้ว จนกระทั่งเดือนมีนาคม 2561 เคียลีก็เข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลซิงเกิลตัน ในเมืองสวอนซี การผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง และหมอก็จัดการนำก้อนซีสต์ขนาดยักษ์ น้ำหนัก 26 กิโลกรัม ออกจากมดลูกของเคียลี มันมีขนาดใหญ่กว่าลูกบาสเกตบอล 2 ลูก รวมกัน น้ำหนักของมันพอ ๆ กับน้ำหนักเด็กทารกแรกเกิด 7 คน รวมกัน 

หลังจากเอาก้อนซีสต์ออกไปได้แล้ว น้ำหนักตัวของเคียลีก็หายไปถึงหนึ่งในสาม เคราะห์ดีอย่างมากที่มันไม่ใช่เนื้อร้าย และก็ไม่มีอวัยวะไหนได้รับผลกระทบจากมัน สำหรับเคียลี แม้ว่าเธอจะรู้สึกกลัว แต่ก็มีกำลังใจดีมาก และยังมองเห็นเรื่องขบขันในสถานการณ์เลวร้ายนี้อีกด้วย 

เธอยังบอกอีกว่า “ฉันยังจำความรู้สึกเมา ๆ มึน ๆ จากยาสลบตอนที่เจ้าหน้าที่เข็นฉันออกมาพัก พอเริ่มมีสติแล้ว ความรู้สึกแรกคืองงมาก เพราะทุกคนปฏิบัติกับฉันดีมาก ราวกับว่าฉันคือดาราเด็กผู้น่าสงสาร พยาบาลพูดกับฉันดีมาก อธิบายให้ฟังว่าก้อนซีสต์มันใหญ่มาก ๆ เลยนะ และเอารูปให้ดู ฉันนี่อึ้งไปเลย แทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลยว่าที่ผ่านมาเนี่ย ฉันทนแบกก้อนเอเลี่ยนยักษ์นี้อยู่ได้ยังไง ฉันพิจารณาดูรูปมันอย่างละเอียด และคิดว่ามันเหมือนไอศกรีมก้อนใหญ่ ๆ ฉันเลยตั้งชื่อให้มันว่า มิสเตอร์วิปปี้”

ทั้งนี้ การผ่าตัดครั้งนี้ส่งผลให้มีรอยแผลเป็นยาว 30 เซนติเมตร บนหน้าท้องของเคียลี เธอรู้สึกเจ็บระบมและอ่อนเพลีย แต่ก็ไม่เครียดอีกต่อไปแล้ว เธอรู้สึกโล่งอกมาก เหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก เธอสามารถกลับมาเดินได้เป็นปกติ ใส่เสื้อผ้าเดิม ๆ ได้อีกครั้ง และไม่ต้องเครียดอีกต่อไปแล้ว

Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *