Connect with us

Uncategorized

เชื่อเถอะการเป็นคนตรงไปตรงมา แม้จะไม่มีใครชอบ แต่เชื่อเถอะมันสบายใจดี

“พูดอย่างจริงใจ” ไม่ใช่ “พูดขวานผ่าซาก”ในยุคที่เต็มไปด้วยการปรุงแต่งไม่ว่าจะเป็นการแต่งเติมด้วยเทคโนโลยีการแต้มเติมด้วยวัตถุประสงค์ทางการตลาดที่อาจมุ่งหวังผลประโยชน์ในยุคที่ใคร ๆ ก็สามารถเป็นผู้ผลิตข้อมูลข่าวสารได้และทำได้ง่ายเสียจนบางครั้งเราก็สับสนว่าข้อมูลไหนใช่ไม่ใช่ข่าวไหนจริงไม่จริงหลายครั้ง เราจึงต้องการ “คนที่พูดความจริง” กับเราประกอบกับการดำเนินชีวิตในยุคที่ดูเหมือนว่าเข็มนาฬิกาจะหมุนเร็วเสียเหลือเกินเร็วจนบางทีเราก็ไม่มีเวลาให้กับเรื่องบางเรื่องที่คนพูดพยายามชักแม่น้ำทั้งห้าอ้อมไปอ้อมมาจนกินกาแฟจะหมดแก้วแล้วเราก็ยังไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรหลายครั้ง เราจึงต้องการ “คนที่พูดตรงไปตรงมา” กับเราแต่หลายครั้งอีกเช่นกันที่ความรู้สึกของเราก็ถูกทำร้ายด้วยการพูดความจริงของคนบางคนถูกทำร้ายด้วยการพูดจาตรงไปตรงมาในบางครั้งตรงเสียจนเรารู้สึกว่ามันพุ่งตรงเข้ามา“แทงใจดำ” ของเราเลยทีเดียวคุณเคยตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้บ้างไหมล่ะคะแบบที่ เวลาเป็นคนฟัง ทั้งๆที่รู้ว่าคนพูดเขาจริงใจกับเราและปรารถนาดีกับเรา เขาจึงได้พูดความจริงกับเราอย่างตรงไปตรงมาแต่คำพูดของเขาก็ทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจ กังวลไปจนถึงรู้สึกสูญเสียความมั่นใจหรือเคยไหมคะในทางกลับกันคุณเคยตกอยู่ในสถานการณ์ที่จะต้องพูดต้องบอกความจริงอะไรออกไปสักอย่างแต่ก็กลัวว่าถ้าพูดออกไปแล้ว คนฟังก็จะไม่สบายใจ แต่เราก็ไม่อยากพูดปดและถ้าพูดอ้อมค้อม คนฟังก็อาจจะเข้าใจไปอีกทางส่วนถ้าจะตัดสินใจพูดออกไปตรงๆก็กลัวอีกว่า หลังจากเขาได้ฟังแล้ว อาจจะเสียความรู้สึกกับเราอาจจะเข้าใจเราผิด จนต่อไปอาจจะมองหน้ากันไม่ติดเลยก็ได้ความจริงแล้วการพูดความจริงและการพูดตรงๆ ต่างก็เป็นสิ่งที่ดีค่ะแต่ถ้าการพูดทั้งสองอย่างนี้จะทำให้อะไรๆแย่ลงก็คงเป็นเพราะ “วิธีการพูด” นั่นแหละค่ะเพราะ คนที่พูดความจริง, คนที่พูดตรงไปตรงมาไม่ควรจะเป็นคนคนเดียวกันที่พูดจาแบบ “ขวานผ่าซาก” นะคะเราสามารถพูดความจริงได้ พูดอย่างตรงไปตรงมาได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการพูดทำร้ายจิตใจกันเพราะนั่นอาจจะเท่ากับการทำร้ายความรู้สึกและความสัมพันธ์ระหว่างกันด้วยคนที่พูดความจริง ก็ต้องรู้จักหาวิธีพูดที่จะทำให้ความจริงนั้นเป็นประโยชน์และเสริมสร้างกำลังใจให้คนฟังคนที่พูดตรงไปตรงมา คือ คนที่มีสติปัญญาและศิลปะในการจับประเด็นเห็นจุดสำคัญของเรื่องนั้น ๆ สามารถเลือกสรรถ้อยคำลำดับความคิดในการถ่ายทอดหรือสื่อสารออกไปให้กระชับตรงกับปัญหา สถานการณ์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ ความต้องการของผู้ฟัง“พูดตรง” จึงไม่ใช่ “พูดทื่อ”ไม่ใช่การใช้คำพูดง่ายๆ ห้วนๆ ทื่อๆ ในการสื่อสารออกไปคำพูดทื่อ ๆ นั้น บางครั้งยิ่งทื่อมากเท่าไหร่ก็ยิ่งแหลมคม บาดใจ บั่นทอนความรู้สึกคนฟังมากขึ้นเท่านั้นการพูดความจริงอย่างจริงใจ จึงต้องมาพร้อมๆกับการพูดที่ “ถนอมน้ำใจ” ด้วยการพูดตรงมาตรงไป จึงต้องอาศัยศิลปะในการเลือกใช้คำพูดและวิธีการพูดเพื่อให้ตรงประเด็นไม่ใช่การพูดอะไรออกไปก็ได้ให้สั้นและเข้าใจง่ายที่สุดแต่เพียงอย่างเดียวตัวอย่างง่าย ๆ เช่นถ้าเราจะแสดงความคิดเห็นในเชิงวิพากษ์วิจารณ์ผลงานของเพื่อนวิธีการที่เราจะสามารถพูดความจริงได้พูดอย่างตรงไปตรงมาได้ และยังรักษาหรือถนอมน้ำใจคนฟังได้อีกก็คือหลักง่าย ๆ ในการพูดที่เรียกว่า “ละจุดที่ทำผิด บอกจุดที่ควรเพิ่ม”เช่น แทนที่จะพูดว่า “งานแกมันดู..ธรรมดาๆ ไปป่าวดูไม่มีความแปลกใหม่อะไรเลย”เปลี่ยนเป็นการพูดในเชิงว่า “ลองหาวิธีนำเสนอจุดเด่นหรือจุดต่างของงานให้ออกมาเด่นชัดขึ้นดูไหม”การพูดแบบแรก อาจจะเป็นทั้งความจริง(ตามความเห็นของเรา)และเราก็พูดอย่างตรงไปตรงมาแต่จะเห็นว่าการพูดแบบนี้ ก็จะมีน้ำเสียงของการตำหนิเพราะมีการพูดถึงจุดด้อยของงานแต่ถ้าเป็นการพูดแบบที่สอง ที่ละการพูดถึงจุดด้อยเปลี่ยนเป็นบอกหรือถามกลับถึงวิธีพัฒนางานนั้นก็จะทำให้ฟังดูดีกว่า เพราะมีน้ำเสียงที่แสดงให้เห็นว่าเราเห็นว่างานชิ้นนั้นมีคุณภาพดีแล้วในระดับหนึ่งซึ่งน่าจะมีทางทำให้ดียิ่งกว่านี้ได้อีกคนจริงใจ คนที่พูดความจริง และคนที่พูดตรงประเด็นนั้นไม่สมควรเลยที่จะถูกโกรธ ถูกเกลียดจากใครเพราะเขาทั้งจริงใจ พูดจริงและพูดตรงแต่สิ่งที่คนจริงใจ คนพูดความจริงและคนพูดตรงจำเป็นที่จะต้องฝึกฝนตนเองด้วยก็คือทักษะการถนอมน้ำใจคนฟังเพราะการถนอมน้ำใจคนฟัง ก็คือการรักษาความรู้สึกที่ดีและความสัมพันธ์ระหว่างกันด้วยการสื่อสารด้วยความจริงใจจึงต้องเป็นไปพร้อมๆ กับการเอาใจใส่ความรู้สึกของกันและกันนะคะข้อมูลจาก ครูกวาง กษริน วงศ์กิตติชวลิต ผู้เชี่ยวชาญด้านการพูดและการสื่อสาร

Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *